[SS] Triple Sunset + Sunrise

posted on 23 Jun 2012 00:37 by seainthecube in SS
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Timeline : 21-24 พฤษภาคม 2555
 
Character : ทะเล ตะวันรอน (ทะเล) รุ่น5 ,  ยุทธศาสตร์   ปราบศัตรูพ่าย  (ปืน) รุ่น5  , ทิชากร วิจิตรไกรศร (ไหมฟ้า) รุ่น5,พิมพ์อัปสร เชาวมนตรี (พิมพ์) รุ่น5 ,นรรัตน์ พิชัยยุทธ (เนียร์) รุ่น5 , อชิระ เชษฐ์ตระกูลวงศ์ (ไข่หวาน) รุ่น3 , กรกนก บูรพา (น้านก) OC
 
 
[เป็น SS อีกมุมมองหนึ่งของสามเหตุการณ์ :
[MS] Sunset  [ไหมฟ้า/ปืน] >>> [SS]Sunset Parody [พิมพ์/ไข่หวาน(3)/เบนจามิน(?)] >>> [MS] Sunset (Parody II) [เนียร์/ไข่หวาน(3)/ทะเล] ]
 
หมายเหตุ : ควรอ่านซันเซ็ททั้งสามอันก่อนอ่านเอนทรี่นี้เพื่อเพิ่มอรรถรส
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เป็นครั้งแรกของการใช้ชีวิตในโรงเรียนลูกบาศก์...
 
 
 
 
ที่เขารู้สึกว่า......
 
 
 
 
.....บางที....เรื่องบางเรื่อง ก็ควรทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นซะจะดีกว่า............






วันนี้ทะเลอยู่โรงเรียนจนถึงเย็น เพราะคุณน้างานเข้า กลับบ้านดึก ไม่ได้ซื้อข้าวมาให้ เลยให้เขาหาอะไรทานที่โรงเรียนไปก่อน...

"เบิ้ลข้าวสองจานเลยก็ได้นะ ดื่มนมในตู้เย็นด้วย" คุณน้าสาวว่าขณะยัดเงินค่าขนมกับกุญแจบ้านใส่มือเขาอย่างรีบเร่งแล้วหอบเอกสารงานขึ้นรถไป คาดว่าคงจะมีภาพนี้มาให้เห็นอยู่อีกหลายวัน...อย่างน้อยก็จนกว่าคุณน้าจะสะสางงานโครงการนี้สำเร็จล่ะนะ

จะให้กลับบ้านเร็วก็คงจะไม่มีอะไรทำ เขาเลยว่าจะอยู่เล่นกีฬาที่โรงเรียนต่อไปอีกสักหน่อย วิ่งรอบลู่เก็บรอบวิชาพละไปสักพักก็มาเดาะตะกร้อเล่นข้างสนามแทน
ความจริงก็มีคนเตะบอลกันอยู่ในสนาม เป็นเพื่อนร่วมชั้นของเขาเอง รู้สึกจะอยู่ห้องสีเดียวกันด้วยนะ ....... แต่เขาไม่กล้าเข้าไปเล่นด้วยซะทีนี่สิ...

ทะเลกวาดตามองไปยังทัศนียภาพโดยรอบ ตอนนี้ก็เป็นเวลาโพล้เพล้ พระอาทิตย์ใกล้ตกดิน ....นักเรียนในโรงเรียนก็กลับกันไปเยอะแล้ว แต่ก็ยังมีหลงเหลืออยู่บ้าง.....
 
 
 
 
 
......อย่างนั่นไหมฟ้า เพื่อนร่วมห้องสีของเขาที่กำลังเดินลงบันไดตึกเรียนลงมา ....แต่ปกติเขาว่าไม่ค่อยเห็นไหมฟ้าเวลานี้นะ ทำไมถึงยังไม่กลับอีกล่ะ ......เอ.......

เขามองตามเพื่อนร่วมชั้นสาวผมแกละที่เดินดุ้กๆลงมาตามทางเดินอีกฟากสนาม ทะเลเห็นเธอเดินอยู่ดีๆแล้วเธอก็หยุด...หันมามองยังสนามฟุตบอล
 
 
 
 
 
ทะเลเห็นเธอสบตาเข้ากับเพื่อนร่วมชั้นสวมแว่นที่เล่นบอลอยู่ในสนาม...
 
 
 
 
 
แล้วก็ราวกับทุกอย่างตรงฟากสนามนั้นหยุดนิ่ง...
 
 
 
 
 
 
มีแต่เขาที่ยืนมองอยู่เงียบๆแบบไม่กล้าแม้แต่จะหายใจทำลายบรรยากาศอะไรบางอย่างที่เขาอธิบายไม่ได้ระหว่างสองคนนั้น

 
 
 
 
 
 
..........ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็แล้วกัน............



ทะเลคิดได้ดังนั้นแล้วจึงรีบหันหลังแล้วกลับไปเดาะตะกร้อต่อ....


 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
คืนนั้นเอง ระหว่างที่ทะเลนั่งทำการบ้าน คุณน้าก็เปิดประตูเข้าบ้านมาพอดี........เขาลังเลอยู่เหมือนกันว่าจะถามคุณน้าเรื่องบรรยากาศที่อธิบายไม่ได้ระหว่างเพื่อนสองคนนั้นไหม..

"หือ? มีอะไรเหรอ?" กรกนกเอ่ยถามเมื่อเห็นหลานชายจดๆจ้องๆเธอเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างมาสักพักแล้ว

ทะเลอ้าปากจะพูด........แต่แล้วก็ล้มเลิกความตั้งใจไป ส่ายหน้าให้คุณน้าแล้วหันกลับไปทำการบ้านต่อ เมื่อน้าสาวเห็นดังนั้นก็ไม่ได้ติดใจถามไถ่อะไร เพราะเธอเองก็ยุ่งปวดหัวกับโปรเจ็คงานที่ต้องตรวจแก้ครั้งนี้อยู่เหมือนกัน


...แล้วทุกอย่างก็เป็นปริศนาต่อไป....




+++++++++++++++++++++++++++++++++++


 
 
 
 
 
 
เป็นครั้งที่สองของการใช้ชีวิตในโรงเรียนลูกบาศก์...
 
 
 
 
ที่เขารู้สึกว่า......
 
 
 
 
.....บางที....เรื่องบางเรื่อง ก็ควรทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นซะจะดีกว่า............






วันนี้ทะเลอยู่โรงเรียนจนถึงเย็นอีกแล้ว เพราะคุณน้ายังคงงานเข้า กลับบ้านดึก ไม่ได้ซื้อข้าวมาให้ เลยให้เขาหาอะไรทานที่โรงเรียนไปก่อน...

"ทานผักด้วยนะรู้ไหม ดื่มนมในตู้เย็นด้วย" คุณน้าสาวว่าขณะยัดเงินค่าขนมกับกุญแจบ้านใส่มือเขาอย่างรีบเร่งแล้วหอบเอกสารรายละเอียดโปรเจ็คที่ตรวจแก้แล้วขึ้นรถไป คาดว่าคงจะมีภาพนี้มาให้เห็นอยู่อีกหลายวัน...อย่างน้อยก็จนกว่าคุณน้าจะสะสางงานโครงการนี้สำเร็จล่ะนะ

จะให้กลับบ้านเร็วก็คงจะไม่มีอะไรทำ เขาเลยว่าจะอยู่เล่นกีฬาที่โรงเรียนต่อไปอีกสักวัน วิ่งรอบลู่เก็บรอบวิชาพละไปสักพักก็มาเดาะตะกร้อเล่นข้างสนามอีกแล้ว....
 
 
 
ความจริงก็มีคนเตะบอลกันอยู่ในสนาม เป็นรุ่นพี่ที่เขารู้จัก พี่ไข่หวานที่เขาสัมภาษณ์ตอนสอบเข้านั่นเอง ทะเลเองก็จดๆจ้องๆอยู่นานว่าจะเข้าไปทักดีไหม แต่ไม่ทันจะรวบรวมความกล้าสำเร็จพี่เขาก็เดินไปซะละ
 
 
 
 ....เอ๊ะ แต่เดินไปก็อุ้มลูกบอลไปนี่นา ทำไมถึงยังมีอีกลูกอยู่ในสนามล่ะ แปลกแฮะ......แต่ก็เอาเถอะ....อาจจะเป็นของคนอื่นก็ได้ ถ้าอีกสักพักไม่มีใครมาเอาจริงๆ เดี๋ยวจะเอาไปเก็บที่โรงพละก็แล้วกัน..........

ทะเลกวาดตามองไปยังทัศนียภาพโดยรอบ มองหาคนที่น่าจะเป็นเจ้าของลูกบอลลูกนั้น ตอนนี้ก็เป็นเวลาโพล้เพล้ พระอาทิตย์ใกล้ตกดิน ....นักเรียนในโรงเรียนก็กลับกันไปเยอะแล้ว แต่ก็ยังมีหลงเหลืออยู่บ้าง.....
 
 
 
 
 
......อย่างนั่นพิมพ์ เพื่อนร่วมห้องสีของเขาที่กำลังเดินลงบันไดตึกเรียนลงมา ....
 
 
 
 
................
 
 
 
 
 
รู้ตัวอีกทีขาเจ้ากรรมก็พาเขามาหลบในพุ่มไม้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ หลังจากเหตุการณ์ในห้องสี เจอพิมพ์เมื่อไหร่เขาเป็นต้องเลี่ยงทุกที ....ก็เธอพูดจาเสียงกระชากน่ากลัวแบบนั้นนี่นา จะทำอะไรก็โดนเอ็ดไปหมด เขาเลยคิดว่าอย่าให้เธอเห็นตัวจะดีกว่าแฮะ...
 
 
 
 
เขามองตามเพื่อนร่วมชั้นสาวลูกครึ่งที่เดินรีบๆลงมาตามทางเดินอีกฟากสนาม ไม่ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของตัวเขาแม้แต่น้อย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีแล้วล่ะ... ทะเลเห็นเธอเดินอยู่ดีๆแล้วเธอก็หยุด...หันมามองยังสนามฟุตบอล

 
 
 
 
 
 
ทะเลเห็นเธอจ้องมองลูกบอลที่อยู่ในสนาม...
 
 
 
 
 
แล้วก็ราวกับทุกอย่างตรงฟากสนามนั้นหยุดนิ่ง...

 
 
 
 
 
 
 
 
มีแต่เขาที่ยืนมองอยู่เงียบๆแบบไม่กล้าแม้แต่จะหายใจทำลายบรรยากาศอะไรบางอย่างระหว่างพิมพ์อัปสรกับบอลลูกนั้นที่เขาอธิบายไม่ได้แถมแปลกประหลาดเสียยิ่งกว่าบรรยากาศเมื่อวานระหว่างไหมฟ้ากับปืนเสียอีก


 
 
 
 
 
 
 
..........ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็แล้วกัน............



ทะเลคิดได้ดังนั้นแล้วกำลังจะรีบหันหลังแล้วกลับไปเดาะตะกร้อต่อ....แต่แล้วสายตามันก็เหลือบไปเห็นพิมพ์เดินเข้าไปหาบอลลูกนั้นเสียก่อน...
 
 
 
 
 
 
แล้วเธอก็เริ่มเตะ....
 
 
 
 
เตะบอลลูกนั้น......
 
 
 
 
 
เตะไปเรื่อยๆ...
 
 
 
 
 
เลี้ยงวิ่งไปรอบสนาม......
 
 
 
 
 
 
 
และดูมีความสุข......
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
อย่างประหลาด.....
 
 
 
 
 
 
 
 
...........
 
 
 
&n